จากข่าวไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/edu/8971

เขาจะถอด พุทธศาสนา ว่าเป็น ศาสนาประจำชาติไทย ออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เห็นความสำคัญ

ข่าวนี้สำคัญยังไง คนมีปัญญาน้อย อาจคิดว่าไกลตัว เกี่ยวอะไรกะตรู เพราะวันๆ ต้องทำมาหากิน หาเงิน หาทอง ไม่ต่างจากนก จากกา เช้าก้อบินออกจากรัง เย็นก็บินกลับรัง จนตายอ่ะ แล้วชีวิตนี้ จะเกิดมาเพื่ออะไร

โอเค ข่าวนี้สำคัญก็เพราะว่า บัดนี้ คนเป็นใหญ่เป็นโต ในบ้านเมือง มีดวงปัญญาน้อย ไม่เห็นคุณค่าของศาสนาพุทธ ซึ่ง.......... มีคุณค่า อย่างหยาบๆ ดังนี้

1. เป็นวัฒนธรรมไทย แตกย่อยได้มากมาย คือ
1.1 ภาษาไทย หลายคำ ก็มาจาก บาลี
1.2 การไหว้ ก็เป็นวัฒนธรรมชาวพุทธ
1.3 โบราณสถานไทย ก็เป็นวัด และเจดีย์ซะส่วนมาก บรรพบุรุษ ร่วมมือ ร่วมใจ สร้างกันไว้ ผ่านมาหลายร้อยปี บัดนี้ได้นำเงินเข้าประเทศไทยอย่างมหาศาล เราเป็นชนรุ่นหลัง แค่ดูแลรักษาอย่างเดียว กอบโกยรายได้ มีความสุขมากมายในตอนนี้ ก็เป็นเพราะ พุทธศาสนา
1.4 คำสอนในทางพุทธศาสนา ศึกษากันไม่ต้องจริงจังมากหรอก ขอวันเดียว อ่านหนังสือธรรมะบ้าง จะรู้ได้ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่แค่ขั้นเทพ แต่เป็นขั้น บร้ะจ้าว เอาแค่เรื่อง "ทำยังไง ให้คนรักเรา" เด๋วมีเวลา ป๋าจะเขียนให้อ่าน, แระ ไม่ต้องทำทุกข้อก้อได้ ขอข้อเดียวให้มันได้เหอะ ดังจะตัวอย่างเลยก็ได้

ตัวอย่างเช่น สังคหวัตถุ 4 คือธรรมะ ที่ทำให้คนรักเรา รู้กันทั้งเมือง แต่ ทำกันได้แค่ไม่กี่คน มันมีใจความดังนี้

ทาน, ปิยวาจา, อัตถจริยา, สมานัตตา

อธิบายให้มนุษย์เข้าใจได้ว่า จะให้คนรักเรานั้น สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ...

1.4.1. ให้ทาน
จะจีบสาว จะตีท้ายครัว จะชั่ว จะดี จะมีชุ้ จะไต้โต๊ะ จะซื้อใบขับขี่ จะโกงข้อสอบเอ็น จะอะไรก็แล้วแต่ การให้ทานนั้น ทำให้เขารักเรา แน่นอน

1.4.2.  ปิยะวาจา คือ พูดเพราะ
พูดเพราะ ต่อให้โกหก เขาก็รักเรา ดูนายกอภิสิทธิ์ โกหกเป็นร้อย เขาก็รัก แต่ดูนายกสมัคร พูดจริงทุกเม็ด คนเกลียดทั้งเมือง

1.4.3 อัตถจริยา คือ ช่วยเหลือสังคม
มันอาจดูเหมือนประจบประแจง ตะว่า การช่วยเหลือในสิ่งที่ควร และไม่เป็นโทษกะเรานั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เขารักเราได้มากมาย เช่น ช่วยถือของให้ ช่วยนำทาง ช่วยขับรถไปส่ง

แต่การช่วยบางอย่าง ก็ไม่ควร เพราะช่วยแล้วเกิดอกุศล เช่น ช่วยหาหนังโป๊ให้เพื่อน ช่วยซื้อเหล้าให้พ่องี้ ไม่ควร

1.4.4 สมานัตตา คือ สม่ำเสมอ
คนเราเหอะ รู้ว่ามีผลประโยชน์ ไอ้สามข้อที่ว่านั้น มันทำหมด ทำเก่ง ตะว่า ที่เขากลัวกันนักหนา คือ ความไม่จริงใจ ซึ่งจะรู้ได้มันต้องใช้เวลา และ ที่สำคัญคือ คนเราอ่ะ มันต้องเจอ โลกธรรมแปด คือ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์

คือ มนุษย์ที่เห็นๆ กันเนี่ยนะ ไม่เสื้อมลาภ เสื่อมยศ มีแต่คนชมว่าสวย ก็เป็นทุกข์ได้ เธอบอก เธออกหัก ไปดูในไฮ5 ได้ เจอกันเยอะ วันๆคิดแต่เรื่องหาสามี

***********************************

นอกเรื่องไปเยอะ จะบอกว่า พี่ชายเพื่อนเปิดบริษัท มีช่างภาพในสำนักเยอะมาก
แต่มีลุกน้องคนนึง ยึดคุณธรรมข้อ "ปิยะวาจา" คือ ขอพูดเพราะไว้ก่อน

เขาไปถ่ายภาพให้คนรวยคนนึง พูดเพราะมากเลย คุณพี่ยิ้มนะค๊าบ สวยค๊าบ ยอดค๊าบ

คนรวย ยังไม่ทันเหนภาพเลยนะ แต่บอกแล้วว่า คนนี้ถ่ายดี เหอ แปลก ถูกอกถูกใจกัน ให้ติ๊ป เยอะมาก

ความดีแม้ข้อเดียวนี่ มีฤทธิ์เยอะนะ ทำกันมั่งเหอะพวกเมิง

2. พุทธศาสนานั้นอ่ะ หากศึกษาหนักเข้า จะอัศจรรย์ใจเลยแหละ ใจผ่องใส สังคมจะสามัคคีกันเล

ข่าวบอกว่า ความคิดนี้เป็นของ นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา อ่าวซะงั้ล หาเรื่องแร้วเมิง เขาบอกว่ามันทำให้คนแตกแยก (คิดไปเอง) เขาบอกว่าให้คนอ่ะ ทำตามคำสอนกันไปเหอะ จะดีเอง แต่ไม่ทำซะนี่

ใช่ ทำตามคำสอนอ่ะ ดีหมด แต่คนจะทำตามคำสอนมากขึ้น ก้อต้องส่งเสริมเด่ะ

ไม่ส่งเสริม ก็ม่ายทำ แถมจะถอดจาก รธน อีก อีณี่ โง่ฉิหายเรย

Remote กะ TV

posted on 01 Jun 2008 20:16 by lordbsd

พอดีได้อ่านหนังสือ 7 อุปนิสัยสำหรับวัยรุ่นมา เลยได้อะไรสนุกๆ มาให้เพื่อนๆได้ศึกษากัน

เราเป็นคนที่เข้มแข็ง จริงๆ หรือไม่...????

หรือเราเป็นใครก็ได้ ที่โลกนี้ อยากให้เราเป็น ????

เราจะเป็นทีวีมั๊ย... แล้วยื่นรีโมท ให้คนอื่นสั่งเราได้ทุกอย่าง อยากให้เราดีใจเสียใจก็ได้ สั่งมาเลย ฉันจะทำให้

อ่านแล้วงงไหม อิอิอิ ผมจะอธิบายให้ฟัง... สมมติว่า เราอยากจะทำให้ใครสักคนโกรธ
เราจะทำยังไง ????
- ด่ามัน แกล้งมัน ง่ายดี และง่ายที่สุดด้วย

แล้วถ้าเราโดนแบบนั้นบ้าง สมมติว่าไปขับรถ แล้วโดนปาดหน้า เราก็โกรธจนหน้าเขียว มือสั่น

นั่นก็แปลว่า....เราคือทีวี.... แล้วเขาคือรีโมท อยากให้เราโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วเราก็เป็นยังงั้นจริงๆด้วย

แล้วคนเจ๋งๆ เขาเป็นยังไงกัน... เขารู้ตัวเองครับ เขารู้ว่าไม่มีใครจะมาเปลี่ยนอารมณ์เขาได้
เขาเลือกอารมณ์ของเขาเอง แล้วเขาก็จะเลือกแต่อารมณ์ดีเท่านั้น

อ่านมาเข้าใจไหมเนี่ย เอาสั้นๆเลยละกัน วันนี้ผมไปแกล้งเด็กมา สนุกดี
สังเกตภาษาผมดีๆนะครับ ผมจะพูดถึงแต่ตัวเอง... แล้วสังเกตภาษาเด็ก ว่าเด็กพูดอะไร

ผม: อิอิ
เด็ก: โทษนะครับ ชาวบ้านเขาทักกันว่าสวัสดีไม่ใช่เหรอ
ผม: อือใช่ แต่ อิอิ เป็นภาษาที่คนรวยเขาพูดกันนะ (ผมจะบอกว่า ผมเป็นคนรวย คนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด)
เด็ก: โทษทีครับ ผมมันชาวบ้าน มันคนจน <<<< (ผมไม่ได้พูดอะไรนะ น้องมันพูดเองซะงั้น)

2 ประโยคนี้ ผมรู้แล้วว่า น้องคนนี้ เป็นเด็กดื้อ การที่เราจะพูดกะเด็กดื้อ เราต้องใช้ภาษาตรงกันข้าม
เพราะเด็กดื้อ จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเราเสมอ

เช่น ถ้าเราต้องการให้เด็กดื้อ ขึ้นไปนอนไวๆ เราก็จะพูดว่า "เฮ้ยนาย วันนี้ห้ามนอนนะ ไม่ให้นอน ให้เล่นเกมส์ยันเช้า ห้ามหยุด"

เด็กดื้อก็จะขึ้นนอนทันที... อันนี้เป็นตัวอย่าง

เชื่อมะ ผมทดลองว่าตัวเอง ว่าผมเป็นคนไม่ดี น้องมันก็บอกว่า มันเป็นคนดี 555
ผมลองอีก ผมบอกว่า ผมเป็นคนฉลาด น้องมันบอกว่า มันเป็นคนโง่ 555
ยอดเยี่ยม ผมทดลองอีก ว่าน้องมันจะดื้อ 100% ไหม ด้วยการเฉลย ว่าผมกำลังทำอะไร
น้องมันก็ยังยืนยัน ที่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม โดยสิ้นเชิง... ดีมาก ความโกรธ ทำให้คนเป็นยังงี้น่ะเอง
คือทำให้ ดื้อ 50% กลายเป็นดื้อ 100% เพราะอยากเอาชนะอย่างเดียว

เสียใจด้วย ถ้าจะเอาชนะใคร ต้องเอาชนะตัวเองก่อน

อือ สนุกดี เอามาเล่าให้ฟัง สรุปว่า อย่าปล่อย ให้ตัวเองเป็นทีวี แล้วยอมให้คนอื่นกดรีโมทอารมณ์ล่ะ
เราต้องรักษาความเป็นตัวเราอ่ะ เป็นเรื่องสำคัญ อันนี้แหละ เคล็ดลับของความเข้มแข็ง
ไม่ปล่อยให้คนอื่นมากำหนดอารมณ์เรา หรือมาบอกว่าเราเป็นยังไง เราเป็นใคร
เราเท่านั้น ที่รู้ค่าตัวเราดี แล้วก็รู้ดีที่สุด ว่าเราเป็นอะไร เป็นยังไง มีหน้าที่อะไร สวัสดี

edit @ 1 Jun 2008 20:31:28 by LordBSD

พม่าาาาา

posted on 13 May 2008 07:02 by lordbsd
พม่าออกข่าวแล้วว่า "สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ"
ฟังแล้วปลื่มแทน เหอๆ ในขณะที่คนไทยอีกหลายคน เรียนสูง เป็นถึงอาจารย์
ในมหาลัยแถวสนามหลวงเลยนะ เหอๆๆ กลับทำเว็บเกี่ยวกับเสรีภาพบ้าบอ
พาดพิงเบื้องสูงอยู่ได้ ต้องจับไปอยู่พม่าซะแล้วนะ พวกนี้

วัดธรรมกายเอง ก็มีแบบนี้เหมือนกันนะ เป็นพระดังเลย(สมัยก่อน)
หลวงพ่อส่งเรียนสูงถึงอังกฤษ พอกลับมา เขาประท้วง บอกว่าหลวงพ่อเราไม่ดี
ด่าหลวงพ่อสาระพัด (ด่าลงเทป แล้วแจกไปทั่ว)
หลวงพ่อไม่ว่าอะไรสักคำ ปล่อยให้เขาออกไปอยู่วัดอื่น หลวงพ่อบอกว่า "หลวงพ่ออยากจำแต่เรื่องดีๆของเขา เผื่ออนาคต เขามาขอให้ช่วย
หลวงพ่อจะได้ช่วยเขาได้อย่างสนิทใจ" ขนาดนั้นเลย

พระรูปนั้นไปมาหลายวัด ก็ไม่มีวัดไหนให้อยู่ สุดท้ายไปวัดแถวเชียงใหม่
ตอนนี้สึกออกมาเล่นการเมืองแล้ว, ตอนที่เขาสึกออกมา นสพ ก้ลงข่าวว่า
อดีตพระวัดธรรมกายสึกมาเล่นการเมือง (ทั้งๆที่เป็นอดีตตั้ง 30 ก่าปีแล้ว)

และพม่าก็เพิ่งลงประชามติเสร็จ ตอนนี้ออกข่าวอีกแล้วว่า
ยินดีต้อนรับทุกประเทศ เหอๆ

ผมคิดว่า ข่าวมันก็เหมือนกันหมด ทั่วโลก คือ...
1. เรื่องร้ายแรง ลงว่านิดเดียว (ปิดข่าว)
2. เรื่องนิดเดียว ลงว่าร้ายแรง ยังกะโลกจะแตก (ทำเรื่องเล็กให้ดูใหญ่)
3. ปั้นน้ำเป็นตัว

เวลาฟัง ต้องนิดนึง หรือแม้แต่ฟังจากคนด้วยกันเอง ก็เช่นกัน.. นิดนึง

ไม่นานมานี้วัดธรรมกาย ก็มีข่าวอีกแล้ว ว่าหลวงพ่อแต่งเพลง พาดพิงคนใหญ่คนโต
อันนี้แหละ เข้าหลักข้อ 3. ปั้นน้ำเป็นตัว